ASP.NET VB.NET Windows Hosting ความรู้เกี่ยวกับ .NET Framework Web2.0 คืออะไร
ความรู้เกี่ยวกับ ASP.NET Web2.0 และ Web Service
  • HOME
  • ความรู้เกี่ยวกับ ASP.NET Web2.0 และ Web Service
 

ความรู้เกี่ยวกับ ASP.NET Web2.0 และ Web Service

ASP.NET คือ ความหมาย สำหรับคนที่ต้องการอยากจะ เรียน เขียนโปรแกรม ด้วยตัวเอง ถ้าหากว่า ยังไม่รู้ว่าจะเริ่ม ทำเว็บไซต์ ด้วยภาษาอะไรดี อาจจะเริ่มด้วย ASP.NET ก็อาจเป็นการดี เพราะว่า ASP.NET จัดเป็น ภาษา ที่ Microsoft ได้มุ่งเน้นพัฒนาเพื่อให้เป็น ภาษา ของ generation ยุคถัดไป ในโลกของ อินเตอร์เน็ต ยุคใหม่ หรือ ที่เรียกกันว่า Web2.0 ซึ่งเป็น Internet ยุคใหม่ ที่จะมาแทนที่ ยุคของ Internet ยุคเก่า (Web1.0) ซึ่งได้เน้นใช้ XML เป็นหลัก และคิดว่าในอนาคตจะต้องมาแทน HTML อย่างแน่นอน สำหรับ รายละเอียด จะได้กล่าวต่อไป แนวคิดของ .NET กับ โลกอินเตอร์เน็ต ยุคใหม่

.NET คือแนวคิดหนึ่งที่ Microsoft ได้มุ่งมั่นพัฒนามาเป็นเวลานาน โดย .NET นี้ได้มีแนวคิดที่ว่า จะนำเอาอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคทุกอย่างบนโลก มาเชื่อมโยงต่อกันเหมือนตาข่าย ตาม ความหมายของมัน หรืออยู่บน ระบบเครือข่าย .NET Framework ซึ่งจะทำให้ ผู้ใช้ทุกคนบนโลก ไม่จำเป็นต้องใช้ อินเตอร์เน็ต ผ่าน คอมพิวเตอร์ หรือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แต่อย่างใด ตัวอย่างเช่น หากคุณคิดจะใช้ เตาอบไมโครเวฟ ใน การทำอาหาร อะไรสักอย่าง คุณเพียงแค่ต่อ อินเตอร์เน็ต ผ่านเครื่อง เตาไมโครเวฟ แล้วเลือกเอาว่า เมนูจานเด็ดวันนี้ จะทำอะไรดี หรือ เมนูจานเด็ด จากเว็บไซต์ที่ให้บริการ Web services ในเรื่องการทำอาหาร ที่ในอนาคต จะไม่ได้มีอยู่แค่ Yahoo Google Amazon แต่ตัว Web services นี้ (ซึ่ง XML RSS จะมามีบทบาทสำคัญ กับ Web services ในอนาคต) ซึ่งเพียงแค่คุณเลือกเมนูอาหาร จากเว็บไซต์ที่คุณโปรดปรานเท่านั้น เตาไมโครเวฟ ก็จะจัดการ ปรุงอาหาร ตามที่ เว็บไซต์ นั้น ได้ตั้งโปรแกรมไว้อัตโนมัติ ซึ่งแน่นอนว่า Web services ตัวอย่างข้างต้นนี้ จะเกิดขึ้นมาแน่นอน

โดยทางเว็บไซต์ ก็จะมีรายได้จากการที่ผู้ใช้หรือสมาชิกที่ได้ใช้บริการ Webservices ดังกล่าว ซึ่งทาง Microsoft เองได้วาดหวังว่า ในได้ก้าวเป็นผู้นำใน โลกอินเตอร์เน็ต ยุคใหม่ ที่จะเข้ามามี บทบาทสำคัญ กับ ชีวิต ประจำวันของพวกเราทุกคนอย่างแน่นอน กับโลกเทคโนโลยีที่ก้าวไปอย่างไม่หยุดนิ่งนี้ แต่ ปัญหา มันมีอยู่ว่า อุปกรณ์อิเล็คทรอนิค ในหลายแขนง ล้วนถูก ออกแบบ มาต่างๆกัน การที่จะให้ อุปกรณ์ เหล่านั้นติดต่อสื่อสาร กันรู้เรื่องนั้น ย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก Microsoft เล็งเห็นจุดนี้ จึงได้พยายามที่จะคิดค้นสิ่งที่เป็นมาตรฐานมากขึ้น เพื่อให้อุปกรณ์ทุกๆชนิดทั่วโลก ติดต่อสื่อสาร กันได้อย่างรู้เรื่อง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าใน อนาคตเราจะเปิด เว็ปไซต์ เล่น อินเตอร์เน็ต ด้วย อุปกรณ์ อื่นๆนอกเหนือจาก คอมพิวเตอร์

ASP Web Services คืออะไร

Web services คำๆ นี้ หลายๆคน อาจเคยได้ยินคำๆนี้มากันบ้างแล้ว แต่ก็มีหลายคนสงสัยว่ามัน คืออะไร กันแน่ ซึ่งชื่อ Web Service นั้นแปลตามตัวตาม ความหมาย ก็คือ การใช้บริการ ต่างๆผ่านทาง website นั่นเอง ซึ่งก็ตรงตาม จุดประสงค์ ของ Microsoft ที่ต้องการจะทำให้ทุกอย่าง สามารถใช้งานโดย การเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต ได้นั่นเอง web services นี้จึงกลายเป็น คำศัพท์ คำใหม่ ที่ทุกคน กล่าวขวัญ กันในทุกวันนี้ ซึ่งจริงๆแล้ว Web Service ก็คือการเรียกใช้งาน ชุดคำสั่ง ในระยะไกล ซึ่ง ชุดคำสั่ง เหล่านี้ไม่ใช่แค่ชุดคำสั่ง ธรรมดา แต่เป็นชุดคำสั่งที่ ออกแบบ เขียนขึ้นมาเป็น โปรแกรม เหมือนกับ การใช้งาน ของ Client เลยทีเดียว ทำให้เราไม่ต้องไป ติดตั้งโปรแกรม ต่างๆภายใน เครื่องคอมพิวเตอร์ ของเราเลย เมื่อใดต้อง การใช้งาน ก็ต่อ อินเตอร์เน็ต เข้าไปใช้ บริการ ใน website ผู้ผลิต ได้ทันที โดยอาจมีการเรียกเก็บ ค่าบริการ เป็นครั้งๆไป ซึ่งจะช่วยลด ปัญหา ใน การละเมิดลิขสิทธิ์ และ ชุดคำสั่ง เหล่านี้จะทำให้ ASP.NET มี บทบาท มากทีเดียว

.NET Framework คืออะไร

จากการที่ Microsoft ต้องการที่จะสร้าง ระบบภาษา สักอย่างที่เป็น มาตรฐาน ขึ้นมา เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้ อุปกรณ์ ทุกสิ่งทุกอย่าง สามารถ ติดต่อสื่อสาร กันได้หมด Microsoft ได้คิดค้น ระบบ ซึ่งหมายมั่นปั้นมือว่าจะให้เป็น ระบบมาตรฐาน ระบบนี้คือ .NET Framework ซึ่งระบบนี้ไม่ใช่ ระบบปฏิบัติการ (OS) แต่เปรียบเสมือน โปรแกรม หนึ่งที่จะสามารถสร้าง สภาวะแวดล้อม หนึ่ง ซึ่งสามารถทำงานใน ระบบ .NET นี้ได้ ในอนาคต Microsoft ก็หวังที่จะนำเอา ระบบ .net นี้ไปติดตั้งลงบน อุปกรณ์ ทุกชนิด เพื่อทำให้ อุปกรณ์ ทุกอย่างมีระบบๆหนึ่งที่เหมือนกันหมด โดย .NET Framework นั้นมี ส่วนประกอบ ภายในแบ่งออกเป็น 3 ชั้นใหญ่ๆคือ
1. Programming Language : เป็นรูปแบบของ ภาษา ที่ ออกแบบ มาเพื่อให้สามารถทำงานในสภาวะที่เป็น .NET ได้โดยที่ทาง Microsoft ได้เปิดตัว ภาษาหลัก ๆที่จะใช้ใน การพัฒนา บน .NET นี้ 3ภาษา
C# เป็น ภาษา ใหม่ที่ Microsoft พัฒนา มาจาก C++ กับ JAVA เป็นหลัก
VB.NET เป็น ภาษา ที่ พัฒนา มาจาก Visual Basic ในเวอร์ชั่น 6.0
JScript.net เป็น ภาษา ที่ พัฒนา มาจาก JScript ซึ่งเป็น JavaScript ใน เวอร์ชั่น ของ Microsoft
2. Base Classes Library : Library นั้นเปรียบเสมือน ชุดคำสั่งสำเร็จรูป ย่อยๆที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น ชุดคำสั่ง ที่ต้องใช้งานอยู่เป็นประจำ ดังนั้นจึงมีผู้คิดค้น เครื่องอำนวยความสะดวก ใน การเขียนโปรแกรม ซึ่ง Library ใน ภาษา ต่างๆส่วนใหญ่จะอยู่ใน รูปแบบไฟล์ incould แต่ถ้าเป็น ASP สิ่งที่เป็น library ก็คือ componet ต่างๆนั่นเอง ซึ่งภายในระบบ .NET จะสร้างสิ่งที่เรียกว่าเป็น Library พื้นฐานขึ้น ทำให้ไม่ว่าจะใช้ ภาษา ใดในการพัฒนา โปรแกรม ก็สามารถที่จะเรียกใช้ Library ที่เป็นตัวเดียวกันได้หมด
3. Common Language Runtime (CLR) : นับเป็น สิ่งสำคัญ แทบจะที่สุดของระบบ .NET นี้ก็ว่าได้ เพราะ CLR ที่ว่านี้มีหน้าที่ทำให้ โปรแกรม ที่เขียนขึ้นมาด้วย ภาษา ต่างๆกัน กลายเป็น ภาษา รูปแบบ มาตรฐาน เดียวกัน ทั้งหมด เราเรียก ภาษา ที่ว่านี้ว่า Intermediate language (IL) ซึ่งเมื่อต้องการที่จะรัน โปรแกรม ใด CLR ที่ว่านี้จะ ตรวจสอบ เครื่องที่รันว่ามี สภาวะแวดล้อม การทำงาน เช่นใดหลังจากนั้นก็จะ คอมไพล์ เป็น โปรแกรม ที่เหมาะสมต่อ การทำงาน ของเครื่องนั้น ทำให้เราสามารถใช้งาน โปรแกรม ต่างๆได้อย่างมี ประสิทธฺภาพสูงสุด ในแต่ละเครื่อง
.NET Framework มีดีตรงไหน ประโยชน์ และ ข้อดี ของ .NET Framework นั้นพอจะสรุปออกมาได้เป็นข้อๆดังนี้
1. เป็นระบบที่มี Library ที่เป็น มาตรฐาน เดียวกัน : เนื่องจากมี Library ที่เป็น มาตรฐานเดียวกัน ทั้งหมดทำให้เราไม่ต้องกังวลว่า ภาษา ที่ใช้เขียนนั้นมี Library ตัวนั้นตัวนี้หรือไม่ รวมทั้งไม่ต้องคอยกังวลว่าถ้าใช้ Library ของ ภาษา หนึ่งแล้วอีก ภาษา หนึ่งจะไม่มี Library ตัวนั้น
2. ไม่ขึ้นกับ ระบบประฏิบัติการ (OS) : เนื่องจาก ระบบประฏิบัติการ ที่แต่ละ บุคคล หรือ องค์กร ใช้นั้นย่อมไม่เหมือนกัน แต่ภายใน .NET Framework จะไม่มี ปัญหา นี้ของเพียงแค่มีระบบ .NET Framework ก็จะทำให้สามารถใช้งาน โปรแกรม ต่างๆได้ ซึ่งเป็นข้อดีตรงที่เราจะสามารถใช้โปรแกรมต่างๆได้ทุก ระบบประฏิบัติการ
3. ใช้ในการพัฒนาได้ทุกภาษา :ทำให้เราไม่ต้องคอยมา ศึกษา ภาษา ใหม่ ๆ เมื่อต้อง การสร้างโปรแกรม ในแต่ละครั้ง นอกจากนั้น เรายังสามารถเลือก ใช้ ภาษา ที่เราถนัดที่สุดใน การพัฒนาโปรแกรม ต่างๆได้ด้วย
4. มีการควบคุม สิ่งแวดล้อม ในการทำงานเป็นอย่างดี :เนื่องจากเป็นระบบที่เป็น มาตรฐาน ทำให้ การควบคุม จัดสรรระบบต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรร หน่วยความจำ ด้านการใช้งานเครื่องก็มีความรวดเร็วมากขึ้น ลดโอกาสที่เครื่องจะแฮงค์ได้เป็นอย่างดี
5. ความปลอดภัย ที่มีมากขึ้น :.NET Framework สามรถ กำหนดสิทธิ์ การใช้งานหรือ permission ของ ผู้ใช้งาน ได้มากขึ้นทำให้สามารถกำหนดว่า จะให้ โปรแกรม ในส่วนใดใช้งานได้หรือไม่ได้ แล้วแต่เฉพาะบุคคล ทั้งหมดนี้เป็นเพียง ประโยชน์ ส่วนหนึ่งใน แนวคิดของ Microsoft ที่กำลังจะ พัฒนา ให้สำเร็จเท่านั้น บางข้อทำได้สำเร็จแล้ว แต่บางข้อก็ยังไม่สำเร็จดังนั้นจึงต้องคอยรอดูว่า เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของ Microsoft จะเป็นจริง และสำเร็จได้เมื่อไร ASP.NET ภาษา แห่งอนาคตกับ .NET

ASP.NET กับ คุณสมบัติพิเศษ และ ข้อดี

ASP.NET หรืออีกชื่อหนึ่งว่า ASP+ ซึ่งเป็นชื่อที่ Microsoft ใช้เรียกในตอนแรก ถือว่าเป็น ASP เวอร์ชั่น ล่าสุดต่อจาก ASP 3.0 แต่คงไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่า ASP.NET พัฒนามาจาก ASP เพราะรูปแบบ และไวยากรณ์ต่างๆ และ ภาษา ที่นำมาใช้งานนั้นต่างจากเดิมแทบทั้งสิ้น แทบจะเรียกได้ว่า ยกเครื่องใหม่ เลยทีเดียว น่าจะพูดได้ว่า ASP.NET เป็นอีก Generation หนึ่งของ ASP มากกว่า เรามาลองดูกันว่าใน ASP.NET นั้นมีอะไรที่แตกต่างจาก ASP รุ่นก่อน ๆบ้าง
1. ใช้ ภาษา ใดๆในการเขียน scriptก็ได้ : จากเดิมที่เราสามรถใช้ได้เฉพาะ ภาษา ที่เป็น script อง VBScript และ JScript แต่ใน ASP.NET เราสามารถที่จะใช้ ภาษา ที่มีรูปแบบของ ภาษา เต็มๆ ซึ่ง ในเบื้องต้น มี3 ภาษา คือ C#, VB.NET และ JScript.Net ที่ออกมาเป็น มาตรฐาน แต่ในอนาคต Microsoft มีแผนที่จะเพิ่ม ตัวแปลภาษา ให้ครบ ทุกภาษา
2. มีความยืดหยุ่นใน การเขียนโปรแกรม มากขึ้น : โดยที่เราสามารถใช้ ภาษาในการเขียน ASP.NET ได้มากกว่า 1 ภาษาภายในไฟล์เดียวกัน ทำให้สามารถเลือกรูปแบบของภาษาที่ง่ายที่สุดต่อการเขียน ในแต่ละส่วนได้
3. ลักษณะ การแปลภาษา และ นามสกุล ไฟล์เปลี่ยนไป : ใน ASP เวอร์ชั่นก่อนๆ มีลักษณะ การแปลภาษา เป็นแบบ อินเตอร์พรีเตอร์ (Interpreter) คือการจะทำคำสั่งใดค่อยแปลคำสั่งนั้น แต่ในเวอร์ชั่น .NET นี้จะมี ลักษณะเป็น คอมไพเลอร์ (Compiler) คือการแปลคำสั่งรวมทั้ง โปรแกรม นอกจากนี้ นามสกุล ของไฟล์ก็มี การเปลี่ยนแปลง จากเดิมที่ใช้นามสกุลไฟล์เป็น " *.asp" เป็น "*.aspx"
4. รูปแบบและการใช้งาน componet ที่ง่ายขึ้น : รูปแบบของ componet จะเน้นไปที่ XML มากที่สุด และที่สำคัญคือการใช้งาน componet ใน ASP.NET นั้นเราสามารถอัพโหลดไฟล์ไปไว้ใน Directory ที่ผู้ดูแล server (Admin) กำหนดหลังจากนั้น componet จะติดตั้งตัวเองโดย อัตโนมัติ ลดปัญหาที่เกิดจาก ASP เวอร์ชั่นก่อนๆได้เป็นอย่างดี เนื่องจากใน ASP เวอร์ชั่นก่อนนั้น การติดตั้ง componet กระทำได้เพียงผู้ดูแล server เพียงคดเดียวเท่านั้น ทำให้เวลาต้องการใช้คอมโพเนนตืต่างๆที่ server ไม่มี จึงเป็นเรื่องที่ลำบาก
5. มี Libraryให้เลือกใช้ได้มากขึ้น : ใน ASP เวอร์ชั่นก่อนๆนั้น Application บางอย่างสร้างได้ไม่สะดวกนัก ต้องอาศัย componet ต่างๆมากมาย แต่ใน ASP.NET นั้นได้เพิ่ม Libraryในส่วนเหล่านี้ให้กลายเป็น พื้นฐาน ของการใช้งาน
6. มี คอนโทรล ทำให้การใช้งานในบางสิ่งง่ายขึ้น : เป็น ส่วนพิเศษ ที่เพิ่มเติมมาจาก ASP รุ่นก่อนๆที่ไม่มีส่วนที่เรียกว่า คอนโทรล ซึ่งคอนโทรลนี้จะช่วยให้เราสามารถ สร้างเว็บไซท์ ได้อย่างง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงไม่ต้องกังวลว่า browser รุ่นนั้นรุ่นนี้จะรองรับกับ ภาษา ที่เราเขียนหรือไม่
7. สามารถเรียกขอข้อมูลจาก server ได้ : ใน ASP เวอร์ชั่นก่อนๆ server สามารถเรียกขอข้อมูลได้จาก เครื่องผู้ใช้ เท่านั้นแต่ใน ASP.NET เครื่อง server สามารถเรียกขอข้อมูลจากเครื่อง server ด้วยกันได้
8. ไม่ต้องต่อ Hardware : เนื่องจากเป็นระบบใน .NET Framework ดังนั้นจึงมีคุณสมบัติของ Common Languare Runtime (CLR) ทำให้มี การคอมไพล์ โปรแกรม เป็น ภาษามาตรฐาน ที่เรียกว่า IL ก่อน ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเล่นเครื่อง ปาล์ม หรือ โน้ตบุ๊ค PDA ก็ไม่เกิดปัญหา
9. ง่ายต่อการหา ข้อผิดพลาด ใน การเขียนโปรแกรม : หากเป็น ASP รุ่นก่อนเวลาเกิดความผิดพลาด (error) เครื่องจะบอกแค่ว่าเป็น ความผิดพลาด ชนิดใดบรรทัดไหน แต่ใน ASP.NET นี้เครื่องจะแสดงรายละเอียดที่มากขึ้น พร้อมแนวทางแก้ไข
10. มีการ ตรวจสอบ เหตุการณ์ต่างๆได้ภายใน เว็บเพจ : มี การตรวจสอบ เหตุการณ์ ต่างๆ ตั้งแต่โหลด หน้าเว็บเพจ ไปจนถึง ปิดหน้าเว็บ เพจลง ทำให้เราสามารถ เขียนโปรแกรม กำหนดเหตุการณ์ต่างๆได้ง่ายขึ้น
11. แยกส่วนที่เป็น HTML กับ ASP ออกมาอย่างชัดเจน : ใน เวอร์ชั่น ก่อนๆส่วนที่เป็น HTML กับ ASP จะเขียนปนกันไปมา แต่ใน เวอร์ชั่น นี้จะแยกส่วนกันอย่างชัดเจนว่าส่วนไหนเป็น HTML และส่วนไหนเป็น ASP สำหรับใคร ที่อยากจะเริ่มลอง ทำเว็บไซต์ อยากให้ลองใช้ ASP.NET เป็น ภาษาแรก ใน การเขียนโปรแกรม สร้างเว็บไซต์ ดูบ้างนะครับ

กลับไปด้านบน

  • Hosting ราคาถูก
เข้าใช้งานระบบ Hosting และ Domain

Hositng Control Panel

ช่วยเหลือ

  • CONTROL PANEL
  • WEB MAIL
  • DOMAIN

Hosting Support Team

NetRegis.com ให้บริการเช่า Hosting และจดทะเบียนโดเมนเนม โดยผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ พร้อมใช้งานได้ภายใน 30 นาที

จดโดเมน ราคาถูก
  • ขอใบเสนอราคา
  • สมัครสมาชิก
เริ่มต้นใช้ Hosting อย่างไรดี ขอคำแนะนำ
 
ติดต่อ Hosting Serviceติดต่อสอบถามโทร 02-978-6660 ถึง 1 ในวันและเวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ เว้นวันหยุดนขตฤกษ์

จดโดเมน

จดโดเมน

Web Hosting ราคาถูก

Web Hosting

การตั้งค่า Email Server

Email Server
  • Domain name
  • จดโดเมน ราคาถูก
  • สมัครงาน หางาน
  • ติดตามข่าวสาร Hosting Netregis ผ่านทาง Twiiter
  • บริษัท เน็กไซล์ จำกัด
  • Hosting Security

ลูกค้าชั้นนำที่เลือกใช้บริการ Hosting

( ข้อมูลอัพเดทวันที่ 2017/02/26 )

  • บริษัท ฮิตาชิเซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด
  • บริษัท ซันยอง (ประเทศไทย) จำกัด
  • เทศบาลเมืองพล
  • รองเท้า FITFLOP
  • สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย
  • ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • ราชวิทยาลัยทันตแพทย์
  • กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง มอเตอร์เวย์ (Motorway)
  • โรงเรียนอนุบาลวังโป่ง
  • สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39
  • โรงเรียนพร้อม
  • องค์การบริหารส่วนตำบลรอบเมือง
  • เครื่องเสียง Sherman
  • ยางรถยนต์ วีรับเบอร์
  • นมสด แดรี่ฟาร์ม
  • ผ้าอ้อม เนเปีย
  • บริษัท เทพพัฒนากระดาษ จำกัด
  • บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมท์ จำกัด
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบางพูน
  • สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร
  • บริษัท พรีไซส์สตีล แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด
  • บริษัท แสตมป์ทอง จำกัด
  • สมาคมนักวางแผนการเงินไทย
  • สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค ที่ 9
  • โรงพยาบาลสงฆ์ กรมการแพทย์

และลูกค้าชั้นนำอีกมากมาย